วิเคราะห์ก่อนเกม: ลิเวอร์พูล เปิดรังรับมือ เวสต์แฮม หวังคว้า 3 แต้มไล่ล่าพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก
ลิเวอร์พูลเตรียมเปิดสนามแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมหนีตกชั้น ในศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันเสาร์นี้ โดยทัพ "หงส์แดง" หวังเก็บชัยชนะเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
ทางด้านทัพขุนค้อนหวังจะล้างตาหลังจากเคยพ่ายแพ้ให้กับลิเวอร์พูล 2-0 ในการเจอกันเลกแรกที่ลอนดอน สเตเดียม เมื่อ 3 เดือนก่อน
บทวิเคราะห์
ในฤดูกาลนี้ เกมพรีเมียร์ลีกของลิเวอร์พูลมีประตูเกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 90 หรือหลังจากนั้นมากกว่าทีมอื่นใด (13 ประตู - ได้ 7, เสีย 6) ซึ่ง 9 ประตูจากจำนวนนั้นส่งผลต่อผลการแข่งขัน โดยหงส์แดงยิงประตูชัยได้ถึง 3 ครั้ง (เสมอ 2 แพ้ 4)
ชัยชนะสุดดราม่าครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ยิงประตูในนาทีที่ 97 ช่วยให้ทีมของ อาร์เน่ สล็อต เฉือนชนะ นอตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์เพิ่งถูก VAR ริบประตูไปไม่กี่นาที ในเกมที่เจ้าบ้านเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่า
ช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ลิเวอร์พูลนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกโดยมีคะแนนนำห่าง 12 แต้ม (66 คะแนน) ก่อนจะก้าวไปคว้าแชมป์ แต่ปัจจุบันพวกเขาทำผลงานตกลงไปโดยมีคะแนนน้อยกว่าเดิมถึง 21 แต้ม รั้งอันดับ 6 ของตารางหลังผ่านไป 27 นัด มีคะแนนเท่ากับ เชลซี ในอันดับ 5 และตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด อันดับ 4 อยู่เพียง 3 คะแนน
ลิเวอร์พูลชนะในพรีเมียร์ลีก 2 นัดหลังสุดด้วยสกอร์ 1-0 (ชนะฟอเรสต์และซันเดอร์แลนด์) และพวกเขามุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะนัดที่ 3 ติดต่อกันโดยไม่เสียประตูให้ได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ช่วง 3 นัดแรกที่ สล็อต เข้ามาคุมทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
ยอดทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์มั่นใจว่าจะเก็บแต้มเต็มได้ เนื่องจากพวกเขาแพ้เวสต์แฮมเพียงแค่นัดเดียวจากการพบกันในลีกสูงสุด 19 นัดหลังสุด (ชนะ 15 เสมอ 3) และชนะได้ถึง 7 จาก 8 นัดหลังสุด นับตั้งแต่แพ้คาบ้าน 3-2 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021
สถานการณ์ของเวสต์แฮมที่โลดแล่นในพรีเมียร์ลีกมา 14 ปี ยังคงน่าเป็นห่วง แต่การเก็บได้ 11 คะแนนจาก 6 นัดหลังสุด (ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1) ซึ่งเท่ากับที่พวกเขาทำได้จาก 18 เกมก่อนหน้า (ชนะ 2 เสมอ 5 แพ้ 11) ทำให้พวกเขามีโอกาสรอดตกชั้นมากขึ้น
5 คะแนนจากจำนวนดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ เริ่มจากบุกชนะเบิร์นลีย์ 2-0 ตามด้วยการเสมอแมนฯ ยูไนเต็ด (1-1) และบอร์นมัธ (0-0) ซึ่งผลเสมอในนัดล่าสุดทำให้ขุนค้อนรั้งอันดับ 18 ของตาราง โดยมีคะแนนตามหลังโซนปลอดภัยอยู่ 2 แต้ม
การเริ่มต้นเกมให้เร็วอาจเป็นกุญแจสำคัญหากเวสต์แฮมหวังจะพลิกล็อกเอาชนะลิเวอร์พูล เนื่องจาก 59% ของประตูที่พวกเขาทำได้ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เกิดขึ้นในครึ่งแรก ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในลีก (19/32) ในทางกลับกัน ลิเวอร์พูลมีสัดส่วนการยิงประตูในครึ่งแรกน้อยที่สุดในฤดูกาลนี้ (31% - 13/42)
อย่างไรก็ตาม การบุกมาเยือนแอนฟิลด์เป็นงานยากสำหรับขุนค้อนเสมอ โดยพวกเขาชนะได้เพียงครั้งเดียวจากการเยือนลิเวอร์พูล 52 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก (เสมอ 12 แพ้ 39) ซึ่งเกิดขึ้นในเกมที่บุกมาชนะ 3-0 เมื่อเดือนสิงหาคม 2015 ภายใต้การคุมทีมของ สลาเวน บิลิช
นอกจากนี้ เวสต์แฮมยังแพ้ถึง 26 จาก 29 นัดในการไปเยือนทีมแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก (ชนะ 1 เสมอ 2) โดยชัยชนะครั้งเดียวเกิดขึ้นที่บ้านแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนธันวาคม 2001 ในขณะที่ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต กุนซือของทีมก็แพ้ลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกมากกว่าคู่แข่งรายอื่น ๆ (8 นัด) ดังนั้นประวัติศาสตร์จึงไม่เข้าข้างเวสต์แฮมในสุดสัปดาห์นี้
ฟอร์มการเล่นในพรีเมียร์ลีกของลิเวอร์พูล: เสมอ แพ้ ชนะ แพ้ ชนะ ชนะ
ฟอร์มการเล่นทุกรายการของลิเวอร์พูล: ชนะ ชนะ แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ
ฟอร์มการเล่นในพรีเมียร์ลีกของเวสต์แฮม: ชนะ ชนะ แพ้ ชนะ เสมอ เสมอ
ฟอร์มการเล่นทุกรายการของเวสต์แฮม: ชนะ แพ้ ชนะ เสมอ ชนะ เสมอ
ความพร้อมของทีม
สภาพความพร้อมของทีม ลิเวอร์พูลยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน 4 แข้งเจ็บอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค (ขา), คอเนอร์ แบรดลีย์, โจวานนี เลโอนี (เข่าทั้งคู่) และ วาตารุ เอ็นโด (ข้อเท้า) แต่มีลุ้นได้ ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ และ เฌเรมี ฟริมปง หายเจ็บหลังและแฮมสตริงกลับมาช่วยทีม
เวิร์ตซ์ ถอนตัวจากรายชื่อตัวจริงก่อนเกมพบฟอเรสต์ แต่อาการบาดเจ็บไม่น่าจะรุนแรงและคาดว่าจะกลับมาประจำการในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์เบอร์ 10 ได้ ส่วนฟริมปงยังต้องลุ้นความฟิต ดังนั้น โดมินิก โซบอสซ์ไล อาจต้องรับบทแบ็กขวาจำเป็นอีกครั้ง
โคดี้ กัคโป ที่ฟอร์มตกอาจเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับดาวรุ่งวัย 17 ปีอย่าง ริโอ เอ็นกูโมฮา หรือ เฟเดริโก้ เคียซ่า ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ อูโก้ เอกิเตเก้ น่าจะได้ลงล่าตาข่ายต่อ แม้ว่าซาลาห์จะยิงไม่ได้ในลีกมา 9 นัดติดต่อกัน ส่วนเอกิเตเก้ก็เท้าบอดมา 7 จาก 8 นัดหลังสุดในลีก
ทางฝั่งเวสต์แฮม เฟรดดี้ พอตส์ จะติดโทษแบนนัดที่ 2 จาก 3 นัด ขณะที่ ปาโบล เฟลิเป้ แข้งใหม่เดือนมกราคม (น่อง) และ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ผู้รักษาประตูมือสอง (หลัง) ยังคงชวดลงสนามเนื่องจากอาการบาดเจ็บ
นูโน่ อาจพิจารณาปรับมาเล่นระบบหลัง 5 โดย ฌอง-แคลร์ โตดิโบ มีลุ้นกลับมาผนึกกำลังกับ คอนสแตนตินอส มาฟโรปานอส และ อักเซล ดิซาซี่ ในแดนหลัง ส่วน อารอน วาน-บิสซาก้า และ เอล ฮัดจิ มาลิก ดิย็อฟ จะรับหน้าที่วิงแบ็ก
แดนกลางจะเป็นการแย่งตำแหน่งกันระหว่าง มาเตอุส เฟอร์นันเดส, โทมัส ซูเช็ค และ ซุงกูตู มากัสซ่า ส่วนแนวรุกคาดว่า คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ และกัปตันทีม จาร์ร็อด โบเวน จะคอยสนับสนุน วาเลนติน กาสเตยานอส กองหน้าคนใหม่ที่เพิ่งเบิกสกอร์แรกในพรีเมียร์ลีกได้ในเกมเยือนนัดล่าสุด
รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล: อลิสซอน; โซบอสซ์ไล, โกนาเต้, ฟาน ไดจ์ค, เคอร์เคซ; แม็ค อัลลิสเตอร์, กราเฟนแบร์ก; ซาลาห์, เวิร์ตซ์, กัคโป; เอกิเตเก้
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด: เฮอร์มันเซน; โตดิโบ, มาฟโรปานอส, ดิซาซี่; วาน-บิสซาก้า, เฟอร์นันเดส, มากัสซ่า, ดิย็อฟ; โบเวน, ซัมเมอร์วิลล์; กาสเตยานอส
ฟันธง: ลิเวอร์พูล 2-1 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
เวสต์แฮมดูแข็งแกร่งขึ้นมากนับตั้งแต่เข้าสู่ปีใหม่ และลูกทีมของนูโน่มีศักยภาพพอที่จะสร้างความอึดอัดให้กับลิเวอร์พูล ซึ่งเกมนี้อาจสูสีและยากกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้
แม้ฟอร์มในบ้านของลิเวอร์พูลจะยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ (ชนะ 4 เสมอ 3 แพ้ 3) แต่พวกเขายังคงเป็นต่อด้วยสถิติการเจอกันที่ข่มมิด หากแนวรุกตัวหลักเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ ก็เชื่อว่าลูกทีมของสล็อตจะปิดจ๊อบคว้า 3 แต้มได้สำเร็จ
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs คริสตัล พาเลซ -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: ลิเวอร์พูล vs เวสต์แฮม ยูไนเต็ด -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: วูล์ฟแฮมป์ตัน vs แอสตัน วิลล่า -
พรีวิวฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน: เอาก์สบวร์ก vs โคโลญจน์ -
พรีวิวฟุตบอล ลาลิกา สเปน: เรอัล มาดริด vs เกตาเฟ่ -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: ลีดส์ ยูไนเต็ด vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้



