พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่ายูโรปาลีก: สปอร์ติ้ง บราก้า vs น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
รายการ: ยูฟ่ายูโรปาลีก
คู่แข่ง: สปอร์ติ้ง บราก้า พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
สนาม: เอสตาดิโอ มูนิซิพัล เดอ บราก้า
เวลาแข่ง: 03.00 น. (ตามเวลาไทย)
ราคาแฮนดิแคป: เสมอ
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม
16/07/2016: สปอร์ติ้ง บราก้า 0-3 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (ฟุตบอลอุ่นเครื่อง)
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด
สปอร์ติ้ง บราก้า: (W L L W D)
19/01/2026: ซีดี ทอนเดลา 0-1 สปอร์ติ้ง บราก้า (ปรีไมรา ลีกา โปรตุเกส) - ชนะ
15/01/2026: เฟฟ 2-1 สปอร์ติ้ง บราก้า (โปรตุกีส คัพ) - แพ้
11/01/2026: วิตอเรีย กิมาไรส์ 2-1 สปอร์ติ้ง บราก้า (โปรตุกีส ลีก คัพ) - แพ้
08/01/2026: เบนฟิก้า 1-3 สปอร์ติ้ง บราก้า (โปรตุกีส ลีก คัพ) - ชนะ
04/01/2026: อมาดอร่า 3-3 สปอร์ติ้ง บราก้า (ปรีไมรา ลีกา โปรตุเกส) - เสมอ
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์: (D D W L L)
18/01/2026: น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-0 อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ) - เสมอ
10/01/2026: เร็กซ์แฮม 3-3 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (เอฟเอ คัพ อังกฤษ) - เสมอ
07/01/2026: เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-2 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ) - ชนะ
03/01/2026: แอสตัน วิลล่า 3-1 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ) - แพ้
31/12/2025: น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-2 เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ) - แพ้
สภาพความพร้อมและฟอร์มของทั้งสองทีม
สปอร์ติ้ง บราก้า
สปอร์ติ้ง บราก้า ภายใต้การคุมทีมของ การ์ลอส บิเซนส์ ทำผลงานในยูโรปาลีกได้อย่างโดดเด่นโดยรั้งอันดับ 7 ของตาราง อย่างไรก็ตาม ทีมกำลังเผชิญปัญหาการจัดทัพเนื่องจากมิดฟิลด์ตัวเก่งอย่าง โรดริโก้ ซาลาซ่าร์ ติดโทษแบน รวมถึงกองหน้าอย่าง อามีน เอล อูอาซซานี่ และซานโดร วิดิกัล ที่ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน ฟอร์มโดยรวมในช่วงหลังมีความผันผวนจากการแพ้ในฟุตบอลถ้วยท้องถิ่น แต่ชัยชนะในลีกนัดล่าสุดช่วยเรียกความมั่นใจกลับมาได้ทันเวลา ระบบ 3-4-3 จะยังถูกนำมาใช้โดยเน้นการขึ้นเกมริมเส้นและอาศัยประสบการณ์ของ เชา มูตินโญ่ ในแดนกลาง โดยมี ริคาร์โด้ ฮอร์ต้า กัปตันทีมเป็นหัวใจหลักในแนวรุก เป้าหมายในเกมนี้คือการใช้ความได้เปรียบในบ้านเพื่อเก็บชัยชนะและรักษาพื้นที่การเข้ารอบอัตโนมัติ
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ของกุนซือ ฌอน ไดช์ แม้สถานการณ์ในพรีเมียร์ลีกจะค่อนข้างน่ากังวลหลังรั้งอันดับ 17 แต่ในยูโรปาลีกพวกเขายังคงรักษามาตรฐานได้ดีที่อันดับ 11 ฟอร์มนัดล่าสุดเพิ่งยันเสมออาร์เซน่อลมาได้ 0-0 แสดงให้เห็นถึงวินัยในเกมรับที่เหนียวแน่น สภาพทีมจะยังไม่มี คริส วู้ด และ จอห์น วิกตอร์ ที่บาดเจ็บค้างสต๊อก ทำให้ความหวังในแนวรุกต้องฝากไว้ที่ความคล่องตัวของ อาร์โนลด์ คาลิมูอ็องโด้ และ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ระบบ 4-4-1-1 จะเน้นความรัดกุมในแดนกลางเป็นพิเศษโดยมี ดั๊กลาส ลุยซ์ คอยคุมจังหวะ เกมนี้พวกเขาต้องการอย่างน้อยหนึ่งคะแนนเพื่อสถานการณ์ที่ปลอดภัย และน่าจะมาเน้นการตั้งรับที่เหนียวแน่นแล้วรอจังหวะสวนกลับเร็วตามสไตล์ถนัด
รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดการณ์
สปอร์ติ้ง บราก้า (3-4-3): ลูคัส ฮอร์นิเซ็ค (GK) - กุสตาฟ ลาเกอร์บิเอลเก้, วิตอร์ คาวัลโญ่, ซิกู นิอากาเต้ (DF) - มาริโอ ดอร์เกเลส, เชา มูตินโญ่, ฟลอเรียน กิลลิตช์, เลโอนาร์โด้ เลโล (MF) - กาบรี มาร์ติเนซ, ฟราน นาบาร์โร่, ริคาร์โด้ ฮอร์ต้า (FW)
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (4-4-1-1): อังกัส กันน์ (GK) - แซ็ค แอ็บบ็อตต์, มูริลโล่, โมราโต้, โอเล็คซานเดอร์ ซินเชนโก้ (DF) - นิโกลาส โดมิงเกวซ, ดั๊กลาส ลุยซ์, เจมส์ แม็กอาตี้, แดน เอ็นดอย (MF) - คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (SS) - อาร์โนลด์ คาลิมูอ็องโด้ (FW)
ความน่าจะเป็นของเกม
เกมนี้จะเป็นการทดสอบระหว่างเกมรุกที่หลากหลายของ สปอร์ติ้ง บราก้า กับเกมรับที่มีวินัยสูงของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ภายใต้การนำของ ฌอน ไดช์ เจ้าบ้านบราก้ามีความคุ้นเคยกับบรรยากาศในถ้วยยุโรปมากกว่าและมักทำผลงานในบ้านได้ดี แต่การขาดหายไปของ โรดริโก้ ซาลาซ่าร์ อาจทำให้มิติการเข้าทำตรงกลางลดลงไปบ้าง ขณะที่ฟอเรสต์น่าจะมาในรูปแบบที่เน้นความรัดกุมเป็นพิเศษและรอโอกาสจากจังหวะฉาบฉวย สภาพอากาศที่มีฝนตกปรอยๆ อาจส่งผลให้เกมมีความผิดพลาดได้ง่ายขึ้น ทั้งสองทีมต่างต้องการแต้มเพื่อรักษาตำแหน่งในตารางคะแนน แนวโน้มเกมมีความเป็นไปได้สูงที่จะจบลงด้วยผลเสมอแบบมีสกอร์ หรือหากบราก้าจะชนะก็น่าจะเป็นการเบียดชนะเพียงลูกเดียวเท่านั้น
ฟันธง: รอง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เสมอ
ผลการแข่งขันที่คาดการณ์: สปอร์ติ้ง บราก้า 1-1 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
จาก:พรีวิว
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs คริสตัล พาเลซ -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: ลิเวอร์พูล vs เวสต์แฮม ยูไนเต็ด -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: วูล์ฟแฮมป์ตัน vs ลิเวอร์พูล -
พรีวิวฟุตบอล ลาลิกา สเปน: เรอัล มาดริด vs เกตาเฟ่ -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: ลีดส์ ยูไนเต็ด vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -
พรีเมียร์ลีก - ลิเวอร์พูล 5-2 เวสต์แฮมยูไนเต็ด



