ครบเครื่องที่สุด! TA ชู "ไรซ์" ต้นแบบกองกลางยุคใหม่ หัวใจสำคัญทั้งปืนและสิงโต

ไรซ์ถือเป็นหัวใจสำคัญที่อาร์เซน่อลจะขาดไม่ได้ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก กองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้เล่นได้โดดเด่นทั้งเกมรุกและเกมรับ โดยมักจะสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมในสนามอยู่เสมอ ซึ่งทางดิแอธเลติกก็ได้เขียนบทความชื่นชมไรซ์เช่นกัน
เมื่อเข้าสู่ปีที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก โธมัส ทูเคิล กุนซือทีมชาติอังกฤษ เริ่มมีภาพในหัวที่ชัดเจนเกี่ยวกับขุมกำลังที่จะเดินทางไปอเมริกาเหนือแล้ว เขาอาจจะรู้ตัวจริง 11 คนแรกในดวงใจสำหรับการเจอกับโครเอเชียในวันที่ 17 มิถุนายนนี้แล้วด้วยซ้ำ หากพิจารณาตามสภาพร่างกาย กัปตันทีมอย่างเคนและผู้รักษาประตูอย่างพิกฟอร์ดคือตัวยืนยันแน่นอน ขณะที่ฟอร์มของไรซ์กับอาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้ก็ทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกแรกๆ ในรายชื่อตัวจริงเช่นกัน
ไรซ์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของอาร์เตต้า และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้อาร์เซน่อลในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ทูเคิลหวังว่าเขาจะทำหน้าที่แบบเดียวกันนี้ให้กับทีมชาติอังกฤษ เพื่อช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นนอกบ้านให้ได้
สมัยอยู่กับเวสต์แฮม ไรซ์มีชื่อเสียงในฐานะกองกลางตัวรับ ซึ่งฟอร์มอันยอดเยี่ยมนั้นทำให้อาร์เซน่อลยอมทุ่มเงิน 100 ล้านปอนด์คว้าตัวเขามาร่วมทีมในปี 2023 แต่ระยะหลังมานี้ ทั้งในสโมสรและทีมชาติ เขาเริ่มมีบทบาทในเกมรุกมากขึ้น ในยุคสมัยที่ฟุตบอลหมกมุ่นอยู่กับระบบและบทบาทเฉพาะตัวของผู้เล่น ไรซ์ได้กลายเป็นต้นแบบของกองกลางสารพัดประโยชน์ที่สามารถเล่นเกมรับได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างอิมแพ็คในเกมรุกได้พร้อมกัน
ในอดีต ทีมชาติอังกฤษมักจะมีผู้เล่นที่หาจังหวะทำประตูได้ดีเสมอ ตั้งแต่ไบรอัน ร็อบสัน และเดวิด แพลตต์ ในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990 มาจนถึงยุคเปลี่ยนผ่านศตวรรษอย่างเจอร์ราร์ด, แลมพาร์ด และสโคลส์ แต่ผู้จัดการทีมหลายคนติดต่อกันกลับไม่สามารถแก้ปัญหาการจัดวางกองกลางทั้งสามคนนี้ลงสนามพร้อมกันได้
ในเกมที่พบกับบอร์นมัธเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไรซ์แสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้เล่นประเภทที่ทูเคิลต้องการ ฤดูกาลนี้เขาทำไปแล้ว 4 ประตู เป็นรองเพียงทรอสซาร์และโยเคเรส โดยกลายเป็นหนึ่งในตัวทำประตูที่ไว้ใจได้มากที่สุดของอาร์เซน่อล ส่วนการทำทางให้เพื่อนยิง 3 ครั้งของเขาก็เป็นรองเพียงทรอสซาร์ (4 ครั้ง) เท่านั้น ไรซ์ทำผลงานด้านเกมรุกได้อย่างโดดเด่น โดยมีสถิติการยิง (27 ครั้ง) และยิงเข้ากรอบ (10 ครั้ง) มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของทีม นอกจากนี้ยังสร้างโอกาสทำประตูได้ถึง 32 ครั้ง เป็นรองเพียงซาก้า (37 ครั้ง) และเป็นคนที่สร้างโอกาสทองได้มากที่สุด (9 ครั้ง) อีกทั้งการจ่ายบอลทะลุช่องทำลายเกมรับคู่แข่ง 142 ครั้งของเขาก็สูงที่สุดในทีม โดยมีซูบิเมนดี้ (133 ครั้ง) ตามมาติดๆ
แม้จะมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากขึ้น แต่ไรซ์ก็ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่เกมรับ สถิติการเข้าปะทะ 33 ครั้งของเขาเป็นรองเพียงทิมเบอร์ (46 ครั้ง) และการตัดบอล 18 ครั้งก็เป็นรองเพียงซูบิเมนดี้ (24 ครั้ง) ไรซ์แย่งบอลคืนมาได้ในแดนกลาง 50 ครั้ง และหากนับรวมทั้งสนามเขาสามารถทำได้ถึง 96 ครั้ง ซึ่งสูงที่สุดในทีม
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จุดแข็งอย่างหนึ่งของอาร์เซน่อลคือประสิทธิภาพจากลูกตั้งเตะ ไรซ์ในฐานะหนึ่งในคนเตะมุมและฟรีคิกหลักมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ในฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อลครองอันดับหนึ่งในพรีเมียร์ลีกด้านการทำประตูจากลูกตั้งเตะ (17 ประตู หากไม่นับจุดโทษคือ 14 ประตู) ไรซ์สร้างโอกาสจากลูกตั้งเตะได้ 12 ครั้ง ซึ่งสูงเป็นอันดับ 7 ของลีก และสูงที่สุดในทีมอาร์เซน่อล
นอกจากนี้ ไรซ์ยังแสดงให้เห็นถึงสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ เขาลงสนามไปแล้ว 27 นัดในพรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และลีกคัพ โดยออกสตาร์ทเป็นตัวจริงถึง 22 นัด เขากลับมาลงสนามในเกมพบกับบอร์นมัธหลังจากมีอาการบาดเจ็บที่เข่าโดยไม่มีอาการติดขัดใดๆ และยังทำสองประตูในนัดเดียวในพรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในอาชีพค้าแข้งอีกด้วย
ในขณะที่อาร์เซน่อลยังคงอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ทั้ง 4 รายการ การแข่งขันอาจจะยาวนานและเหนื่อยล้า สิ่งเดียวที่ทูเคิลกังวลอาจจะเป็นสภาพร่างกายหลังจบฤดูกาล แม้ว่าสไตล์การเล่นของไรซ์จะครบเครื่องรอบด้าน แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมอาจส่งผลกระทบต่อฤดูกาลที่มีความหวังนี้ได้ เช่นเดียวกับอาร์เตต้า ทูเคิลรู้ดีว่าเขาสามารถพึ่งพาไรซ์ในการขับเคลื่อนเพื่อนร่วมทีมทั้งในและนอกสนามได้เสมอ
เมื่อเข้าสู่ปีที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก โธมัส ทูเคิล กุนซือทีมชาติอังกฤษ เริ่มมีภาพในหัวที่ชัดเจนเกี่ยวกับขุมกำลังที่จะเดินทางไปอเมริกาเหนือแล้ว เขาอาจจะรู้ตัวจริง 11 คนแรกในดวงใจสำหรับการเจอกับโครเอเชียในวันที่ 17 มิถุนายนนี้แล้วด้วยซ้ำ หากพิจารณาตามสภาพร่างกาย กัปตันทีมอย่างเคนและผู้รักษาประตูอย่างพิกฟอร์ดคือตัวยืนยันแน่นอน ขณะที่ฟอร์มของไรซ์กับอาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้ก็ทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกแรกๆ ในรายชื่อตัวจริงเช่นกัน
ไรซ์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของอาร์เตต้า และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้อาร์เซน่อลในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ทูเคิลหวังว่าเขาจะทำหน้าที่แบบเดียวกันนี้ให้กับทีมชาติอังกฤษ เพื่อช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นนอกบ้านให้ได้
สมัยอยู่กับเวสต์แฮม ไรซ์มีชื่อเสียงในฐานะกองกลางตัวรับ ซึ่งฟอร์มอันยอดเยี่ยมนั้นทำให้อาร์เซน่อลยอมทุ่มเงิน 100 ล้านปอนด์คว้าตัวเขามาร่วมทีมในปี 2023 แต่ระยะหลังมานี้ ทั้งในสโมสรและทีมชาติ เขาเริ่มมีบทบาทในเกมรุกมากขึ้น ในยุคสมัยที่ฟุตบอลหมกมุ่นอยู่กับระบบและบทบาทเฉพาะตัวของผู้เล่น ไรซ์ได้กลายเป็นต้นแบบของกองกลางสารพัดประโยชน์ที่สามารถเล่นเกมรับได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างอิมแพ็คในเกมรุกได้พร้อมกัน
ในอดีต ทีมชาติอังกฤษมักจะมีผู้เล่นที่หาจังหวะทำประตูได้ดีเสมอ ตั้งแต่ไบรอัน ร็อบสัน และเดวิด แพลตต์ ในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990 มาจนถึงยุคเปลี่ยนผ่านศตวรรษอย่างเจอร์ราร์ด, แลมพาร์ด และสโคลส์ แต่ผู้จัดการทีมหลายคนติดต่อกันกลับไม่สามารถแก้ปัญหาการจัดวางกองกลางทั้งสามคนนี้ลงสนามพร้อมกันได้
ในเกมที่พบกับบอร์นมัธเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไรซ์แสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้เล่นประเภทที่ทูเคิลต้องการ ฤดูกาลนี้เขาทำไปแล้ว 4 ประตู เป็นรองเพียงทรอสซาร์และโยเคเรส โดยกลายเป็นหนึ่งในตัวทำประตูที่ไว้ใจได้มากที่สุดของอาร์เซน่อล ส่วนการทำทางให้เพื่อนยิง 3 ครั้งของเขาก็เป็นรองเพียงทรอสซาร์ (4 ครั้ง) เท่านั้น ไรซ์ทำผลงานด้านเกมรุกได้อย่างโดดเด่น โดยมีสถิติการยิง (27 ครั้ง) และยิงเข้ากรอบ (10 ครั้ง) มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของทีม นอกจากนี้ยังสร้างโอกาสทำประตูได้ถึง 32 ครั้ง เป็นรองเพียงซาก้า (37 ครั้ง) และเป็นคนที่สร้างโอกาสทองได้มากที่สุด (9 ครั้ง) อีกทั้งการจ่ายบอลทะลุช่องทำลายเกมรับคู่แข่ง 142 ครั้งของเขาก็สูงที่สุดในทีม โดยมีซูบิเมนดี้ (133 ครั้ง) ตามมาติดๆ
แม้จะมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากขึ้น แต่ไรซ์ก็ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่เกมรับ สถิติการเข้าปะทะ 33 ครั้งของเขาเป็นรองเพียงทิมเบอร์ (46 ครั้ง) และการตัดบอล 18 ครั้งก็เป็นรองเพียงซูบิเมนดี้ (24 ครั้ง) ไรซ์แย่งบอลคืนมาได้ในแดนกลาง 50 ครั้ง และหากนับรวมทั้งสนามเขาสามารถทำได้ถึง 96 ครั้ง ซึ่งสูงที่สุดในทีม
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จุดแข็งอย่างหนึ่งของอาร์เซน่อลคือประสิทธิภาพจากลูกตั้งเตะ ไรซ์ในฐานะหนึ่งในคนเตะมุมและฟรีคิกหลักมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ในฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อลครองอันดับหนึ่งในพรีเมียร์ลีกด้านการทำประตูจากลูกตั้งเตะ (17 ประตู หากไม่นับจุดโทษคือ 14 ประตู) ไรซ์สร้างโอกาสจากลูกตั้งเตะได้ 12 ครั้ง ซึ่งสูงเป็นอันดับ 7 ของลีก และสูงที่สุดในทีมอาร์เซน่อล
นอกจากนี้ ไรซ์ยังแสดงให้เห็นถึงสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ เขาลงสนามไปแล้ว 27 นัดในพรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และลีกคัพ โดยออกสตาร์ทเป็นตัวจริงถึง 22 นัด เขากลับมาลงสนามในเกมพบกับบอร์นมัธหลังจากมีอาการบาดเจ็บที่เข่าโดยไม่มีอาการติดขัดใดๆ และยังทำสองประตูในนัดเดียวในพรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในอาชีพค้าแข้งอีกด้วย
ในขณะที่อาร์เซน่อลยังคงอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ทั้ง 4 รายการ การแข่งขันอาจจะยาวนานและเหนื่อยล้า สิ่งเดียวที่ทูเคิลกังวลอาจจะเป็นสภาพร่างกายหลังจบฤดูกาล แม้ว่าสไตล์การเล่นของไรซ์จะครบเครื่องรอบด้าน แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมอาจส่งผลกระทบต่อฤดูกาลที่มีความหวังนี้ได้ เช่นเดียวกับอาร์เตต้า ทูเคิลรู้ดีว่าเขาสามารถพึ่งพาไรซ์ในการขับเคลื่อนเพื่อนร่วมทีมทั้งในและนอกสนามได้เสมอ
จาก:ข่าวฮอต
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ vs คริสตัล พาเลซ -
พรีวิวฟุตบอล เอฟเอคัพ: วูล์ฟแฮมป์ตัน vs ลิเวอร์พูล -
🎯 วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ⚽ -
พรีวิวฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ: นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -
📝 วิเคราะห์บอล เซอร์เบีย คัพ : โบแร็ค คาแค็ก vs เซอร์เวน่า ซเวซด้า



